ข้อมูลทั่วไป หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต พ.ศ. 2556

หลักสูตร

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดการเรียนการสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต จานวน 7 สาขาวิชา ดังต่อไปนี้
1. สาขาวิชาคณิตศาสตร์
2. สาขาวิชาเคมี
3. สาขาวิชาชีววิทยา
4. สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์
5. สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
6. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
7. สาขาวิชาสถิติ

ภาควิชาและสาขาวิชา

ภาควิชาและสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งรับผิดชอบการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย 2 ภาควิชา 6 สาขาวิชา ดังต่อไปนี้
1. ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย 4 สาขาวิชา ดังนี้
สาขาวิชาคณิตศาสตร์
สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
สาขาวิชาสถิติประยุกต์
2. ภาควิชาเคมี
3. สาขาวิชาชีววิทยา
4. สาขาวิชาฟิสิกส์
ภาควิชาและสาขาวิชาของคณะ ฯ มีห้องเรียนและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย สาหรับอานวย ความสะดวกในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีความสามารถ ตรงกับความต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ คณะ ฯ ยังมีสถาบันวิจัยเคมีซึ่งมีห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนด้านการเรียนการสอนและพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง

ห้องสมุด

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดให้มีห้องสมุดของคณะเพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าข้อมูลของนักศึกษา โดยมีหนังสือและทรัพยากรสารนิเทศโดยประมาณ ดังนี้

- หนังสือภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ 3,467 เล่ม
- หนังสืออ้างอิง 341 เล่ม
- วิทยานิพนธ์ 337 เล่ม
- วารสาร/นิตยสารภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ 434 รายชื่อ
- ซีดี (E-learning) 119 ชื่อเรื่อง

นอกจากห้องสมุดของคณะแล้ว นักศึกษาสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากห้องสมุดของคณะต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ทุนการศึกษา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้จัดให้มีทุนการศึกษาสาหรับนักศึกษาที่มี ความประพฤติและผลการเรียนดี เพื่อนาไปใช้ประกอบการศึกษาเล่าเรียน รวมทั้งนักศึกษาที่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ยังสามารถสมัครขอทุนในโครงการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้อีกทางหนึ่งด้วย

อาจารย์ที่ปรึกษา

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาทุกกลุ่ม เพื่อทาหน้าที่ควบคุม ดูแลและให้คาปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนของนักศึกษาในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การลงทะเบียน การวางแผนการเรียน รวมทั้งปัญหาด้านการเรียนอื่น ๆ ของนักศึกษา

ระบบการศึกษา

1. การจัดการศึกษา
ใช้ระบบทวิภาค โดยในหนึ่งปีการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ ซึ่ง 1 ภาคการศึกษา มีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีอาจเปิด ภาคการศึกษาฤดูร้อนซึ่งเป็นภาคการศึกษาที่ไม่บังคับใช้ระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 7 สัปดาห์ โดยให้เพิ่มชั่วโมงการศึกษาในแต่ละรายวิชาให้เท่ากับภาคการศึกษาปกติ

2. การคิดหน่วยกิต
2.1 รายวิชาภาคทฤษฎี ใช้เวลาบรรยายหรืออภิปรายปัญหาไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติ ให้มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต
2.2 รายวิชาภาคปฏิบัติ ใช้เวลาปฏิบัติไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติให้มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต
2.3 การฝึกงานสหกิจศึกษาหรือฝึกภาคสนาม ที่ใช้เวลาฝึกไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติ คิดเป็นการศึกษา 1 หน่วยกิต

ระยะเวลาการศึกษา
ตามหลักสูตรปริญญาตรี (4 ปี) จะสาเร็จการศึกษาได้ต้องศึกษาไม่น้อยกว่า 6 ภาคการศึกษาปกติ และให้ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 8 ปีการศึกษาหรือตามหลักเกณฑ์ระยะเวลาการศึกษาที่สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากาหนด

การลงทะเบียนเรียน
1. ในแต่ละภาคการศึกษาปกติ นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนไม่ต่ากว่า 9 หน่วยกิต ยกเว้นภาคการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนสหกิจศึกษา แต่ไม่เกิน 22 หน่วยกิต สาหรับภาคการศึกษาฤดูร้อนนักศึกษาจะลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน 9 หน่วยกิต
2. การลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาปกติที่มีจานวนหน่วยกิตมากกว่า 22 หน่วยกิต แต่ไม่เกิน 25 หน่วยกิตหรือต่ากว่า 9 หน่วยกิต ต้องขออนุมัติคณบดีและได้เพียงหนึ่งภาคการศึกษา ยกเว้นภาคการศึกษาสุดท้ายที่นักศึกษาจะสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตร และมีหน่วยกิตเหลืออยู่ไม่เกิน 25 หน่วยกิตหรือน้อยกว่า 9 หน่วยกิต อาจขออนุมัติคณบดีเป็นการเฉพาะรายได้อีกหนึ่งภาคการศึกษาปกติ

การวัดผลและการสาเร็จการศึกษา
การวัดและประเมินผลการศึกษา ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2550
ให้คณะที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย ฯ จัดการวัดและประเมินผลการศึกษาสาหรับรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนไว้ในภาคการศึกษาหนึ่ง ๆ
1. การประเมินผลการศึกษาในแต่ละรายวิชา ต้องกระทาเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาในแต่ละภาคการศึกษาโดยให้ผลการประเมินเป็นระดับคะแนน (Grade) ดังนี้

ระดับคะแนน (Grade) ค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิต ผลการศึกษา
ก  หรือ  A 4.0 ดีเยี่ยม (Excellent)
ข+  หรือ  B+ 3.5 ดีมาก (Very Good)
ข  หรือ  B 3.0 ดี (Good)
ค+   หรือ  C+ 2.5 ดีพอใช้ (Fairly Good)
ค  หรือ  C 2.0 พอใช้ (Fair)
ง+  หรือ  D+ 1.5 อ่อน (Poor)
ง  หรือ  D 1.0 อ่อนมาก (Very Poor)
ต  หรือ  F 0.0 ตก (Fail)
ถ  หรือ  W - ถอนรายวิชา (Withdrawn)
ม.ส.  หรือ  I - ไม่สมบูรณ์ (Incomplete)
พ.จ.  หรือ  S - พอใจ (Satisfactory)
ม.จ.  หรือ  U - ไม่พอใจ (Unsatisfactory)
ม.น.  หรือ  AU - ไม่นับหน่วยกิต (Audit)การสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา

2. การสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา
นักศึกษาจะต้องศึกษารายวิชาต่าง ๆ ให้ครบตามหลักสูตรตามข้อกำหนดของสาขาวิชา โดยมีหน่วยกิตสะสมรวมไม่ต่ำกว่าที่หลักสูตรกำหนดไว้ และได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 2.00 จากระบบ 4.00 ระดับคะแนน

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

หลักสูตร คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
หลักสูตร 4 ปี
ม. 6 (วิทย์-คณิต) หรือเทียบเท่า ปวช. หรือ เทียบเท่า
วท.บ. (คณิตศาสตร์) p
วท.บ. (เคมี) p p
วท.บ. (ชีววิทยา) p
วท.บ. (ฟิสิกส์ประยุกต์) p p(สายช่างอุตสาหกรรม)
วท.บ. (วิทยาการคอมพิวเตอร์) p
วท.บ. (เทคโนโลยีสารสนเทศ) p
วท.บ. (สถิติ) p

ความหมายของเลขรหัสรายวิชาและรหัสการจัดชั่วโมงเรียน

การกำหนดเลขรหัสรายวิชา ตามหลักสูตรระดับปริญญาตรี ประกอบด้วยตัวเลขทั้งหมด 8 ตัว รายละเอียดจำแนกดังแผนภูมิต่อไปนี้

X X - X X X - X X X
1 2   3 4 5   6 7 8

กำหนดรหัส 8 หลัก

ตำแหน่งที่                 1-2           หมายถึง    คณะ

ตำแหน่งที่ 3              หมายถึง    ภาควิชา/สาขา

ตำแหน่งที่ 4              หมายถึง    สาขาวิชา

ตำแหน่งที่ 5              หมายถึง    แขนงวิชา/กลุ่มวิชา

ตำแหน่งที่ 6              หมายถึง    ปีที่ควรศึกษา

ตำแหน่งที่ 7-8           หมายถึง    ลำดับวิชาในแขนงวิชา/กลุ่มวิชา

ตัวเลขที่ 1-2 เป็นตัวเลขกลุ่มแรกแทนคณะวิชาชีพต่าง ๆ

การกำหนดตัวเลขของคณะต่าง ๆ ได้กำหนดไว้ ดังนี้

01             แทน         คณะศิลปศาสตร์

02             แทน         คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

03             แทน         คณะเทคโนโลยีการเกษตร

04             แทน         คณะวิศวกรรมศาสตร์

05             แทน         คณะบริหารธุรกิจ

06             แทน         คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

07             แทน         คณะศิลปกรรมศาสตร์

08             แทน         คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน

09             แทน         คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

10             แทน         คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ตัวเลขที่ 3 แทนภาควิชา/สาขา ตัวเลขที่ 4 แทนสาขาวิชา  เนื่องจากในโครงสร้างของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีสาขาวิชา 7 สาขาวิชา ตามลำดับดังนี้

11             แทน         สาขาวิชาคณิตศาสตร์

12             แทน         สาขาวิชาสถิติ

13             แทน         สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

14             แทน         สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

21             แทน         สาขาวิชาเคมี

31             แทน         สาขาวิชาชีววิทยา

41             แทน         สาขาวิชาฟิสิกส์

ตัวเลขตำแหน่งที่ 5 แทนกลุ่มวิชา โดยใช้ตัวเลข 0-9 เช่น สาขาวิชาคณิตศาสตร์มี 7 กลุ่มวิชา จะใช้ตัวเลขกลุ่มวิชาตามลำดับ

ตัวเลขตำแหน่งที่ 6 แทนปีที่ควรศึกษา โดยกำหนดตัวเลข 0-4 ในตัวเลขตำแหน่งที่ 6 แทนความหมายดังต่อไปนี้

ตัวเลข 0    แทนรายวิชาที่ไม่กำหนดชั้นปีที่ควรศึกษา อาจจะศึกษาในชั้นปีใดก็ได้

ตัวเลข 1    แทนรายวิชาที่ควรจะศึกษาในชั้นปีที่ 1

ตัวเลข 2    แทนรายวิชาที่ควรจะศึกษาในชั้นปีที่ 2

ตัวเลข 3    แทนรายวิชาที่ควรจะศึกษาในชั้นปีที่ 3

ตัวเลข 4    แทนรายวิชาที่ควรจะศึกษาในชั้นปีที่ 4

ตัวเลขตำแหน่งที่ 7 และ 8 เป็นกลุ่มตัวเลขแสดงลำดับที่ของรายวิชาในแต่ละกลุ่มวิชา
ซึ่งสามารถอธิบายได้ถึง 99 รายวิชา จาก 01-99

การแบ่งรายวิชาและเนื้อหา

การจัดรายวิชาหรือเนื้อหาในหลักสูตร ได้ยึดหลักการแบบสมรรถฐาน โดยแยกสมรรถภาพที่จำเป็นและการจัดแบ่งรายวิชา หน่วยเรียน และบทเรียน โดยมุ่งคำนึงให้นักศึกษามีความสามารถบรรลุผลการเรียนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ

  1. ความรู้ความสามารถในด้านสติปัญญา (Cognitive Domain)
  2. ทักษะในการปฏิบัติการ (Phychomotor Domain)
  3. คุณลักษณะที่จำเป็นทั้งในด้านเจตคติหรือกิจนิสัย (Affective Domain)

การจัดชั่วโมงเรียน ได้พิจารณาถึงลักษณะการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษาที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ดังนั้น ชั่วโมงเรียนของนักศึกษามีดังนี้

1. เวลาการเรียนรู้ของนักศึกษามี 3 ลักษณะ

1.1.             ชั่วโมงทฤษฎี

1.2.             ชั่วโมงปฏิบัติ

1.3.             ชั่วโมงศึกษานอกเวลา

2. เวลาที่นักศึกษาเพื่อการศึกษา ประมาณสัปดาห์ละ 45-60 ชั่วโมง ระบุได้ดังนี้

X ( X - X - X )
1   2   3   4  

ตำแหน่งที่                 1              หมายถึง    หน่วยกิต

ตำแหน่งที่ 2              หมายถึง    ชั่วโมงเรียนทฤษฎี

ตำแหน่งที่ 3              หมายถึง    ชั่วโมงเรียนปฏิบัติ

ตำแหน่งที่ 4              หมายถึง    ชั่วโมงการศึกษานอกเวลา

การนับหน่วยกิต ให้ถือเกณฑ์ดังนี้

  1. ชั่วโมงเรียนทฤษฎี 1 ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ เท่ากับ 1 หน่วยกิต
  2. ชั่วโมงเรียนปฏิบัติการในห้องเรียนหรือห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการ 2-3 ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ เท่ากับ 1 หน่วยกิต
Print Friendly, PDF & Email