ฐานเพื่อการพานิชย์

Global Platform บทความต่อไปนี้ได้จาก http://ictandservices.blogspot.com ของดร.มนู อรดีดล

จาก mplus.co.th หัวข้อ “ธุรกิจในศรรตวรรษที่ 21 เน้นรูปแบบ Cyber-Physical Systems ตอนที่ 5”

ผู้วิจัยคือ รศ.ดร.สุวรินทร์ ปัทมวรคุณ หัวหน้าโครงการวิจัย ประกอบด้วย อ.วุฒิพล วรรณทรัพย์ และนายกิตติกร บุญมาตย์ และอ.มารีนา วงศ์เงินยวง  ซึ่งทำสิ่งประดิษฐ์เรื่อง “หนังสืออิเล็กทรอนิกส์พร้อมแสง-เสียง-เบรลล์ เพื่อการเรียนรู้และ เพลิดเพลินสำหรับนักเรียนผู้บกพร่องทางการเห็น” เมื่อได้อ่านบทความของ ดร.มนู อรดีดล แล้วจะดำเนินการตามที่ท่านได้เขียนบทความนี้และขอความกรุณานำบทความของท่านมานำเสนอและขอใช้เป็นแม่แบบของการทำให้เกิด Global Platform ของสิ่งประดิษฐ์ของทีมวิจัยด้วย และขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงมา ณ. ที่นี้

งานของสิ่งประดิษฐ์ที่มีนวัตกรรมนี้จากนี้ไปจะดำเนินการให้เป็นธุรกิจและออกแบบให้ทำงานอยู่บนโลกสองใบคือ โลกดิจิทัล (Digital หรือ Cyber World) และโลกกายภาพเดิม (Physical World) โลกชั้นดิจิทัลเป็นโลกของข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่ออกแบบให้ทำงานแทนมนุษย์และปฏิสัมพันธ์กับเครื่องจักรและสรรพสิ่งได้ ผ่านอุปกรณ์เช่น Sensors และ Actuators รวมทั้งเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่ม Internet of Things ระบบซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลจะทำให้การประสานการทำงานในโลกที่จับต้องได้หรือทางกายภาพมีประสิทธิผล ข้อมูลในโลกดิจิทัลรวมกับระบบซอฟต์แวร์เมื่อเชื่อมโยงกับระบบการทำงานในโลกกายภาพที่แพร่กระจายอยู่ทั่วทั้งโลก จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินการไปในลักษณะ Intelligent มากขึ้น

ในส่วนของ Cyber Physical System (CPS) ซึ่งจะทำให้สิ่งประดิษฐ์มีระบบที่มีความสลับซับซ้อนจนนักวิจัยทบทวนจนกลายเป็นกลยุทธเพื่อการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ใหม่ซึ่งต้องมีมาตรการสร้างคุณค่า (Value) ในทุกขั้นตอน จำเป็นต้องหามาตรการตั้งแต่ เครื่องมือหรือเครื่องจักรที่จะมาทำการผลิตและต้องทราบว่าในระหว่างที่สินค้าที่ผลิตไปสู่ผู้บริโภคจะดำเนินการโดยใช้หลักของ Self-Control สิ่งประดิษฐ์จะกลายเป็นทั้งในระดับเครื่องจักรกล เครื่องมือ และกลายเป็นสินค้า ที่รู้สถานภาพของตนเองและต้องให้สามารถปรับสภาพของตนเองในกระบวนการธุรกิจให้เหมาะสมได้สิ่งประดิษฐ์จะมี IoT ที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลบอกสภาพของสิ่งต่าง ๆ ในโลกกายภาพไปประมวลผลในโลกดิจิทัล ทำให้คุณลักษณะของระบบธุรกิจที่ใช้กับสิ่งประดิษฐ์เป็น Global Platform ซึ่งในที่นี้อย่างน้อยจะคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  1. ทรัพยากรทุกอย่างที่มีตัวตนจะถูกฝังด้วย Sensors, Actuators, RFID, QR Code หรืออื่น ๆ ทำให้สิ่งที่มีตัวตนเหล่านี้มีความสามารถเพิ่มขึ้นและมีซอฟต์แวร์ที่เชื่อมโยงกัน
  2. ดำเนินการเชื่อมโยงกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ท ทั้งระบบสายและไร้สาย ทำให้ทุกกระบวนการทางธุรกิจสื่อสารกันกับทุกส่วนกับทุกส่วนธุรกิจในวงกว้างทั่วโลกได้ ทำให้ธุรกิจทุกชนิดและทุกขนาดเป็นส่วนหนึ่งของ Global Value Chain
  3. จะใช้ความสามารถของซอฟต์แวร์ ทุกส่วนของธุรกิจ มาปรับเปลี่ยนสถานภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม (Dynamically Re-Configuration) เช่นในขณะสร้างสิ่งประดิษฐ์มีปริมาณเพื่อการจำหน่าย และหากมีรายการสร้างเสริมการขายพิเศษ (Sales Promotion) ให้สามารถปรับเปลี่ยนสถานภาพของสินค้าให้เหมาะสมร่วมกับโรงงานผู้ผลิตตามปริมาณที่ขายได้จริงแบบเรียลไทม์
  4. กระบวนการทางธุรกิจสามารถเพิ่มความเป็นอัตโนมัติได้มากขึ้น ระบบซอฟต์แวร์สามารถจัดซื้อวัสดุ อาศัยข้อมูลจากสายการผลิตร่วมกับข้อมูลจากคลังสินค้าและจากข้อมูลการสั่งซื้อจากระบบการสั่งซื้อแล้วพิจการณาสั่งซื้อจากผู้จำหน่วยที่เหมาะสมที่สุดด้วยระบบซอฟต์แวร์เองความสามารถเชื่อมโยงกันในระหว่างกระบวนการธุรกิจและความสามารถสื่อสารข้อมูลกันทุก ๆ ขั้นตอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทำให้ธุรกิจผลิตสินค้าตามส่งในรูปแบบ Mass Customization ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ๆ พอกับ Mass Production ทั้งหมดนำไปสู่การบริหารจัดการธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นรายบุคคล (Personalize Value Creation)

187 total views, 1 views today