การปรับสภาพเปลือกข้าวโพดและกาบมะพร้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำตาลรีดิวซ์

แก้วกัลยา โสตถิสวัสดิ์, อรสา จันทร์ลือชัย, รัศมี คะมุง

Abstract


งานวิจัยนี้ได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการปรับสภาพเปลือกข้าวโพดและกาบมะพร้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำตาลรีดิวซ์ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในกระบวนการผลิตไบโอเอทานอล โดยทำการศึกษาองค์ประกอบหลักทางเคมีของเปลือกข้าวโพดและกาบมะพร้าว พบว่า วัสดุทั้งสองชนิดมีเฮมิเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบหลักในปริมาณสูงที่สุด คือ 62.19±0.03 % และ 54.61±0.06 % ตามลำดับ รองลงมาคือเซลลูโลส (34.29±0.03 % และ 31.89±0.03 % ตามลำดับ) การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการปรับสภาพเปลือกข้าวโพดและกาบมะพร้าว พบว่าการใช้กรดเจือจาง (1% (v/v) H2SO4) ภายใต้อุณหภูมิ 121ºC เป็นเวลา 90 นาที มีผลทำให้ปริมาณผลผลิตน้ำตาลรีดิวซ์สูงมากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) คือ 94.28±2.58 และ 59.65±2.58 g/L ตามลำดับ รองลงมาคือการใช้กรด (1% (v/v) H2SO4) ร่วมกับการใช้เอนไซม์เซลลูเลส (Cellulase, Cellic®Ctec 2)  สำหรับผลการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของโครงสร้างพื้นผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนชนิดส่องกราด (Scanning electron microscope; SEM) สามารถยืนยันได้ว่าการใช้กรดเจือจางในการปรับสภาพเปลือกข้าวโพดและกาบมะพร้าวด้วยกรดมีผลทำให้โครงสร้างการจัดเรียงตัวและพื้นผิวของเส้นใยถูกทำลายอย่างชัดเจน


Keywords


การปรับสภาพ, เปลือกข้าวโพด, กาบมะพร้าว, วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


SCIENCE  AND  TECHNOLOGY  RMUTT  JOURNAL
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Faculty of Science and Technology
http://www.sci.rmutt.ac.th/stj