การผลิตคอนกรีตบล็อกไม่รับน้ำหนักจากขยะอุตสาหกรรมในเขต จังหวัดนครศรีธรรมราช

อุไรวรรณ วันทอง

Abstract


จังหวัดนครศรีธรรมราชมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  จึงมีขยะจากขบวนการผลิตและขนส่งจำนวนมาก งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการใช้ขยะกระเบื้องมุงหลังคา ฝ้าเพดาน และใยแก้วกันความร้อนในระบบท่อแอร์มาเป็นส่วนผสมในการผลิตอิฐเพื่อ (1)ค้นคว้าสูตรการผลิตที่มีส่วนผสมของขยะที่สามารถรับแรงอัดได้ดี  (2) ผลิตอิฐที่มีน้ำหนักเบาง่ายต่อการก่อและลดการดูดกลืนน้ำคงรูปมีความคลาดเคลื่อนเชิงมิติน้อย (3)เพิ่มความจุความร้อนเพื่อเพิ่มความสามารถในการกันความร้อน (4) ลดต้นทุนในการผลิตอิฐ ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ พบว่าอิฐบล็อกไม่รับน้ำหนักจากขยะกระเบื้องมุงหลังคาที่ทนกำลังแรงอัดได้สูงสุดมีส่วนผสมของ หินคลุก: ทราย: น้ำ: ขยะ :ซีเมนต์ในอัตราส่วน 22:8:4:3:2 โดยรับแรงอัดเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 9,756 กก.(35.73 กก./ตร.ซม.) เพิ่มขึ้น 27.2% เมื่อเทียบกับอิฐในท้องตลาดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มอก.58-2533[10] 42.9% และมีค่าความจุความร้อนเพิ่มขึ้น 17.4% อิฐบล็อกไม่รับน้ำหนักจากขยะฝ้าเพดานที่ทนกำลังแรงอัดได้สูงสุดมีส่วนผสมในอัตราส่วน 23:8:4:4:2 รับแรงอัดเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 12,465 กก. (45.66 กก./ตร.ซม.) เพิ่มขึ้น 62.50 % เมื่อเทียบกับอิฐในท้องตลาดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานมอก.58-2533[10]  82.64 % และมีค่าความจุความร้อนเพิ่มขึ้น 15.14 % และอิฐบล็อกไม่รับน้ำหนักจากขยะใยแก้วทนกำลังแรงอัดได้สูงสุดในอัตราส่วน 22:8:4:4:2 รับแรงอัดเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 13,852 กก.(50.74 กก./ตร.ซม.) เพิ่มขึ้น 80.57% เมื่อเทียบกับอิฐในท้องตลาดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มอก.58-2533 102.9 % และมีค่าความความจุความร้อนเพิ่มขึ้น 16.76% ลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ยต่อก้อน ก้อนละ 2.82 บาท  หรือลดต้นทุนลงได้ 29 %


Keywords


sci,Physics

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Progress in Applied Science and Technology

Faculty of Science and Technology
http://www.sci.rmutt.ac.th/stj